fanfiction

~ Our Sweet Memories ~

posted on 11 Nov 2008 11:20 by weerawans in fanfiction

ฟิคนี้มันเกิดจากการพีค ฉากจบของโอคิตะซัง อย่างรุนแรง จนทำเราทำงานทำการไม่ได้ ถ้าไม่ได้เขียนมันออกมา และประกอบกับ เราเปิดเจอเพลงนี้ขึ้นมา เลยช่วยให้เราลากฟิคนี้ต่อจนจบ ค่ะ 

และเพราะมันเป็น Song fic เรื่องแรกในชีวิต ดังนั้น ถ้ามันไม่ดียังไง ก็ขอน้อมรับคำตำหนิไว้ที่นี่ค่ะ 

อีกเรื่อง ฟิคเรื่องนี้ เป็นเรื่องต่อจากฉากจบ ของโอคิตะคุงในเกมส์ค่ะ  เพราะว่าแม้เป็นฉากแฮปปี้  แต่โอคิตะคุงไม่หายจากวัณโรคนะคะ  ตอนฉากจบจริงๆจะมีฉาก โอคิตะคุงหลับตาลง ในเวบเกมส์ต่างประเทศเขามีเถียงกันเหมือนกันค่ะ ว่า โอคิตะคุงตายตอนที่หลับตานี่ หรือว่าแค่หลับไป  สำหรับเราเราบอกตัวเองว่าโอคิตะคุงยังไม่ตายค่ะ  ฟิคนี่เลยเป็นความพยายามที่จะเขียนอะไรหวานๆ ระหว่างนางเอกกับโอคิตะคุง แต่เพราะว่าโอคิตะคุงป่วยน่ะแหละค่ะ  เรื่องมันเลยออกแนวหวานเจี๊ยบไม่ได้ (คนเขียนก็เขียนไม่เป็นด้วยแหละ)

 

Hakuouki Fanfiction

~ Our Sweet memories ~

***Waring  ฟิึคเรื่องนี้เป็น นอร์มอลค่ะ ****

Paring Okita Souji x Yukimura Jitsuru 

ดอกซากุระบานเป็นสีชมพูสวยเป็นสัญญาณว่าเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นสบายไม่หนาวจัดเหมือนกับในฤดูหนาว  หญิงสาวมองออกไปข้างนอกบ้านอย่างอารมณ์ดี  บรรยากาศแบบนี้ น่าจะดีสำหรับคนป่วย ....

 

ฉันเริ่มจะใจหายเมื่อมองฟ้าไกล
ฟ้าใกล้จะรุ่งสางเริ่มมีแสงรำไร
รู้ว่าใกล้เวลาจากกันแสนไกล
หัวใจเริ่มสลาย....แต่จะทำเช่นไร

รอยยิ้มบนใบหน้าหวาน จางลงเล็กน้อย เมื่อนึกถึงเรื่องไม่สบายใจ   ก่อนจะสลัดหน้า  ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมัวมานั่งกลุ้มใจ  เช้านี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ  ทั้งงานบ้านและ อาหารเช้าสำหรับเธอและโซจิซังด้วย 

 

ร่างบางเดินไปในครัวอย่างกระฉับกระเฉง  เมื่อนึกว่าจะทำอะไรให้กับคนรัก  ก่อนเดินเข้าไปในครัว  เธอเหลียวหน้ามองคนที่ยังหลับสนิทอยู่ในห้อง  ก่อนแอบยิ้ม  ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะทำให้เสร็จก่อนคนข้างในจะตื่น และกวนจนทำอะไรไม่ได้

 

ขณะที่ก้มหน้าก้มตาทำอาหาร อยากขะมักเขม้น  จิสึรุเลยไม่ได้สังเกตุ  ว่าคนขี้แกล้งของเธอตื่นมาได้สักพักแล้ว มารู้ตัวก็ต่อเมื่อมีมือมาจากด้านหลังเอื้อมมาปิดตาของเธอ

 

“โซจิซัง  อย่าทำแบบนี้สิคะ”    หญิงสาวร้องห้าม  ก็เอามือปิดตาไว้แบบนี้  จะทำขนมต่อได้ยังไง

 

คนแกล้งแม้จะเอามือออกจากตาตามคำร้องขอ  แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีจะเลิกกวนเลยแม้แต่น้อย มือที่เอาออกจากตา กลับเลื่อนมาโอบกอดร่างบางที่เอวให้เอนมาซบอกตัวเองไว้แทน  ก่อนจะหัวเราะต่ออย่างอารมณ์ดี 

 

“ไม่ปิดตาแล้วก็ได้” 

 

“ไม่ปิดตา แต่กอดไว้แบบนี้ จะขยับได้ยังไงล่ะคะ”  

 

“ได้สิ  ก็มือยังขยับได้อยู่นี่นา”

 

“โซจิซังละก็... ทำเป็นเด็กไปได้”   จิสึรุ ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ แต่แม้จะบ่นโน่นบ่นนี่ หญิงสาวก็เอนศีรษะพิงอกคนช่างแกล้ง ให้ตัวเองได้ซึมซับความอบอุ่นจากร่างสูง

 

ลมหายใจของหญิงสาวขัดเล็กน้อย  เมื่อเธอสังเกตว่า  แขนของร่างสูงดูบอบบางลง จากที่เคยเป็น

 

อยากให้เวลาเดินช้าช้า
ขอเวลาซักหน่อย
อยากมองหน้ากัน
อยากหยุดวันเวลานี้ไว้...นานเท่านาน


ร่างสูงกระขับร่างในอ้อมแขนแน่นขึ้น  เพราะเข้าใจดีว่าร่างบางในอ้อมแขนนั้นกังวลเรื่องอะไร  ความกังวลที่มีอยู่ตลอดเวลา   แม้ไม่มีคำพูดใดๆ เอ่ยออกมา ก็ตามที

 

“นี่ จิสึรุ  ออกไปเดินเล่นกันเถอะ” 

 

“เอ๋.... ตอนนี้เลยหรือคะ   แต่ว่าข้าวเช้ายังทำไม่เสร็จเลย” 

“น่าๆ  ไว้กลับมาค่อยทำก็ได้  ฉันอยากเดินตอนนี้นี่นา”

“ก็ได้ค่ะ โซจิซัง”  สุดท้ายหญิงสาวก็ใจอ่อนยอมตามใจ คนตรงหน้าจนได้  เอาเถอะ  ถ้ากลับมาแล้วบ่นหิว ห้ามบ่นก็แล้วกัน

 

แสงแดดยามเช้า  ไม่ร้อนมากนัก  คนสองคนเดินจับมือกันแน่นเดินไปตามทางที่สองข้างทาง เต็มไปด้วยต้นซากุระที่ออกดอกสีชมพูบานสะพรั่ง ราวกับว่าจะย้อมบริเวณทั้งหมดเป็นสีชมพู

 

“ดอกซากุระสวยจังเลยนะคะ โซจิซัง”  หญิงสาวหันไปพูดกับคนใกล้ตัวอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ต้องหน้าเปลี่ยนสี เมื่อเห็นร่างสูง สีหน้าไม่ดีเท่าไหร่นัก

 

“ไม่เป็นอะไรหรอกน่า”  ร่างสูงตอบปฏิเสธ  ทั้งๆที่หน้าซีดมาก

 

“วันนี้กลับบ้านก่อนไหมคะ โซจิซัง”

 

“เดินต่อเถอะ  วันนี้ยังไม่อยากกลับไปนอนอยู่เฉยๆ  น่าเบื่อจะตาย”  

 

เพราะเวลาของเราสองคนมันถอยหลังลงเรื่อย ๆ  ดังนั้นจึงอยากอยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

ก่อนจากกันขอเพียงให้เวลาพูดจาซักคำ
แล้วจะจดจะจำจากวันนี้จนตาย
รู้ว่าใกล้เวลาจากกันแสนไกล
หัวใจเริ่มสลายแต่...เธอคงต้องไป

แม้ใจหนึ่งจะไม่อยากให้ร่างสูงตรงหน้าฝืนร่างกายตัวเอง  แต่อีกใจก็รู้ดีว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันมันน้อยลงแค่ไหน  จึงได้แต่พยักหน้า และจับมือใหญ่ตรงหน้าไว้แน่น  

 

ทั้งคู่เดินไปด้วยกันอย่างช้าๆ  เพื่อซึมซับความรู้สึกที่มีอีกฝ่ายอยู่ข้างๆ  ไว้ให้มากที่สุด  เพราะทุกวินาทีมีค่ามากมายนัก

 

“โซจิซัง  ถ้าเหนื่อยจะพักบ้างก็ได้นะคะ”   ร่างบางที่เดินข้างๆ  คอยถามอาการเป็นระยะๆ  

 

ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆ  เป็นเชิงปฏิเสธ แต่...

 

แค่ก....  แค่ก 

 

อาการไอรุนแรงก็กำเริบขึ้นมา  โลหิตสีแดงชาดไหลซึมผ่านมือที่ป้องไว้ที่ริมฝีปาก 

 

อยากจะร้องไห้
อยากให้เวลาเดินช้า...ช้า

 

ใบหน้าหวานหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นเลือด  ร่างบางเตรียมตัวจะดึงร่างสูงพากลับทางเดิมที่ย้อนกลับมา  แต่ร่างสูงกว่ากลับยื้อไว้

 

หลายวันที่ผ่านมา  อาการของเขาทรุดมากกว่าดี  วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายๆวัน ที่เขา อาการดีขึ้น มากพอจะเดินออกมาข้างนอกบ้านได้ 

 

“แค่พักนิดหน่อยก็พอ  เดี๋ยวก็หายแล้ว”

 

ร่างบางทำตามแต่โดยดี  เธอประคองร่างสูง พาไปยังใต้ต้นซากุระที่ใกล้ที่สุด   แขนบางโอบรอบร่างสูงที่ไอจนตัวโยนไว้แน่น

 

 รู้ว่าใกล้เวลาจากกันแสนไกล
หัวใจเริ่มสลายแต่เธอคงต้องไป

ใช้เวลานานหลายนาที กว่าอาการไอจะหยุดลง  ร่างสูงแหงนหน้ามองเบื้องบน แล้วก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดีอีกครั้ง

 

“กลับบ้านเถอะค่ะ โซจิซัง”

 

“น่า...  นานๆ จะได้ออกมาเดินเล่น ซะที  กลับบ้านก็ได้แต่นอนอยู่เฉยๆ” 

 

ร่างบางที่นั่งข้างๆ  ยังคงมองดูอาการของคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ    

 

“นี่ จิสึรุ   อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ  วันอากาศดีแบบนี้  ทำใจให้สบายดีกว่าน่า”

 

แม้จะอยากเถียง  แต่เมื่อหันไปดูทิวทัศน์รอบข้าง  ก็อดเห็นด้วยไม่ได้   เพราะตัวเธอเองหลายวันที่ผ่านมา  ก็ได้แต่คอยนั่งเฝ้าอาการคนตรงหน้า ตลอดเวลา  ยิ่งเห็นท่าที่แจ่มใสของร่างสูงแล้ว

 

“ก็ได้ค่ะ โซจิซัง”   หญิงสาวถอนหายใจยาวยอมแพ้  ก่อนหันไปพิงร่างสูงกว่าแล้วซบศรีษะลงกับอกกว้าง

 

มือใหญ่หันมาเล่นผมร่างบางอย่างสบายอารมณ์  เส้นผมสีน้ำตาลอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนดอกไม้ป่า ใบหน้าหวาน ที่หลับตาพริ้ม มีร่องรอยของความเหนื่อยอ่อน ที่ต้องตรากตรำดูแลเขาตลอดเวลา

 

“จิซึรุ....”

 

“ทำไมคะ โซจิซัง”

 

“ขอบใจนะ  ที่อยู่ข้างฉันมาตลอดน่ะ”

 

คำตอบที่โอคิตะได้รับ คือเสียงหัวเราะใส และแขนบางที่เอื้อมเข้ามากอดด้วย

 

“โซจิซังล่ะก็...”

 

 ร่างสองร่างหัวเราะ และยิ้มให้กันใต้ต้นซากุระ  พยายามมีความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้   เพื่อชดเชยในส่วนของอนาคตข้างหน้า  ยามที่จะต้องจากกัน  

   

อยากจะร้องไห้
อยากให้เวลาเดินช้า...ช้า

 

ทั้งคู่นั่งซบกันนิ่งๆ  อยู่อีกครู่ใหญ่ จนหญิงสาวสังเกตว่า  ร่างสูงนิ่งไป  มือเล็กเอื้อมไป สัมผัสที่หน้าอกของร่างสูง  หน้าอกที่ขยับขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้หญิงสาวอุ่นใจว่า คนข้างตัวเพียงแค่หลับไป 

 

“โซจิซัง    ฉันจะรักโซจิซังคนเดียวไปตลอดค่ะ” 

 

เสียงหวานกระซิบที่ข้างหูชายคนรัก ก่อนจะยืดตัวขึ้นจุมพิตเบาๆ ที่แก้ม 

 

ฉันเองไม่เคยมีใคร
รักได้อย่างนี้เช่นเธอ
รักอยู่เต็มดวงใจ


 

เมื่อเอนตัวลงกับอกกว้างอีกครั้ง หญิงสาวตกใจเล็กน้อยที่ร่างสูงรู้สึกตัวพอจะขยับแขนขึ้นมาโอบบ่าของเธอได้

 

“โซจิซัง แกล้งหลับนี่นา”

 

“จิซึรุ ผิดเองที่ ชอบบอกรักตอนที่ฉันหลับนี่นา”  คนแกล้งหลับบอกหน้าตาเฉย

 

ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามอง  เธอค้อนให้กับคนข้างตัว ควับหนึ่งก่อนเถียง   “บอกทั้งตอนหลับและตอนตื่นแหละค่ะ”  และทำท่าจะเขยิบออกไปนั่งห่างๆอีกด้วย

 

คนช่างแกล้งหัวเราะขำคนงอน  “ก็ฉันอยากได้ยิน ตอนที่จิซึรุพูดตอนที่ฉันหลับด้วย อย่างอนไปเลยนะ”

 

พอเห็นคนช่างแกล้งยอมง้อ เธอก็หายงอน  ร่างบางกลับมานั่งซบอกร่างสูงอีกครั้ง 

 

อ้อมแขนที่อบอุ่น อากาศที่เย็นสบาย หญิงสาวขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นในวงแขนมากยิ่งขึ้น  ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองตกลงสู่ภวังค์นิทราพร้อมกับคนข้างตัวในที่สุด

 

อยากให้เวลาเดินช้า...ช้า
ขอเวลาซักหน่อย
อยากมองหน้ากัน
อยากหยุดวันเวลานี้ไว้นานเท่านาน
ก่อนเธอต้องไป

~fin~

ก่อนจาก ปะ รูปเพื่อประกอบจิ้นคนอ่านค่ะ 

 

 "ถ้าเกิดเราจะต้องจากกัน ฉันอยากจะให้เธอรู้ไว้ว่า หัวใจของฉันเป็นของเธอคนเดียวตลอดไป"

โบกธงแม่ยก โอคิตะค่ะ  ทำไมโอคิตะต้องป่วยค้า

เครดิต รูปจาก เกมส์ Hakuouki (ฉากจบแบบดีค่ะ)   ส่วนเพลง อยากหยุดเวลา ของศรัณย่า (เพลงช่างบอกอายุเจ้าของบล๊อกเหลือเกินจริงๆ)

 

-------------------------------------

ช่วงตอบคอมเมนท์ค่า

ตอบ  ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ซัง

นั่นสินะคะ ทำไมโอคิตะต้องตายด้วย  หรือเพราะสวรรค์อิจฉา เขามักบอกว่า คนมีพรสวรรค์มักอายุสั้น แต่กรณีโอคิตะ อายุสั้นเกินไปแล้วค่ะ 25 เท่านั้นเองนะ

ช่วงนี้เรากำลังเห่อ Hakuouki สุดขีดค่ะ  หนุ่มๆ น่าโฮกสุดใจค่า  หนุ่มครองตำแหน่งหวานที่สุด ก็ต้องฮาราดะซังของอุลซังค่ะ  หนุ่มอะไรอบอุ่นจริงๆ  แม่ยกโอคิตะอิจฉาฮาราดะค่ะ เพราะฉากจบฮาราดะแฮปปี้มากๆ

ตอบ ::HIS@Y@::ซัง

เห็นด้วยค่ะ ว่าหนุ่มๆ เกมส์นี้ เจิดจ้ามากกกกกกกก  แม้แต่ตัวร้ายยังหล่อค่ะ แถมยังจบได้ซะด้วย หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง   ปัญหาเดียวเกี่ยวกับการจบกับตัวร้ายคือ เราจะเลือกทางเลือกไม่เอาใจหนุ่มชินเซ็นได้ยังไง  เราไม่ชอบทำร้ายจิตใจหนุ่มหล่อค่ะ

ตอบ ยูเอะซัง

เกมส์ Bakumatsu Shisengumi เป็นเกมส์นี่ตอนแรกเราไม่คิดว่ามันเกมส์ซีเรียสขนาดนี้นะคะเนี่ย เพราะตอนช่วงต้นๆ มันออกแนวต๊องๆ แต่ไหงมาตอนปลายๆเกมส์ เครียดค่ะ เครียดมาก...  พอมาภาคสอง Bakumatsu Renka ฮ่ะ มันก็เครียด หนุ่มๆฝ่าย ชินเซ็นจบเศร้าเกือบหมด...  เลยพาลไร้อารมณ์เล่น หนุ่มๆ ฝ่ายกลุ่มปฏิรูปค่ะ คนอื่นๆ ยกเว้น ชิองค่ะ คนนี้ยกเว้นเพราะ เราชอบหนุ่มหน้าตาออกแนวนี้ แต่เนื้อเรื่องเราเฉยๆ  มาชอบแนว ทั้งรักทั้งชังอย่างของโออิชิมากว่า 

 ตอบ KenzaKi ซัง

ฮ่าๆ ศิษย์อาจารย์คู่นี้ น่ะรักกันจะตายค่ะ  ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วค่ะ รีบอร์นน่ะพระเอก  สึนะน่ะ นายเอกค่า 

ตอบ kyoki หมีเอ๋อ

 ฮะๆ  ช้าไปดีกว่าไม่ทำเลยค่ะ คุณหมี เราเองก็ยังช้าไปเหมือนกัน

อ้อ แล้วก็หวังว่า คงกู้คอมมาได้นะคะ เราเองถ้าคอมเจ๊งทีนี่ ประสาทแน่ค่ะ งานเต็มเครื่อง (พอๆ กับ โดจิน เพลง และก็เกมส์ ที่หมกไว้เต็มเครื่องน่ะแหละ)

 

 

 

edit @ 11 Nov 2008 13:26:57 by Anna

edit @ 11 Nov 2008 14:05:14 by Anna

edit @ 1 Dec 2008 20:07:35 by Anna